ไอเดียจากงานสัมมนา เทคโนโลยีสมัยใหม่ในพิพิธภัณฑ์ดิจิทัล

วันนี้มีโอกาสมาเดินเล่นหลังเลิกงานแถวๆ สยาม แบบว่าเดินไปเรื่อยๆ จนถึงหอศิลป์ ก็เลยเดินเข้ามา พบงานสัมมนาหนึ่งจะจัดในช่วงเย็น ซึ่งหัวข้อของงานสัมมนานั้นคือ “New Technologies in the 21st Century Museum” เห็นแว่บแรกก็สนใจทันที ก็เลยสอบถามคนที่รับลงทะเบียนหน้างานว่าเข้าร่วมได้หรือไม่ เขาบอกว่าแค่ลงทะเบียนแล้วเดินเข้าไปได้เลย ก็เลยเข้ามาลองฟังดูเผื่อได้ไอเดียมาใช้ในงานห้องสมุด

วิทยากรหลักในงานนี้มาจากต่างประเทศ
ดร.โจแอนน์ ฮิปโปลิต (ภัณฑารักษ์ประจำ National Museum of African American History and Culture)
คุณชวิน สระบัว ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ Google Street View ประเทศไทย

Hilight ที่ได้จากงานนี้

1) ก่อนฟังสัมมนาเขาให้ดาวน์โหลดแอพ “National Museum of African American History and Culture” และ “Google Arts and Culture” (เผื่อที่จะใช้ประกอบการบรรยาย) นอกจากนี้ยังได้เล่น VR ของ National Museum of African American History and Culture 


Session ของ ดร.โจแอนน์ ฮิปโปลิต

2) National Museum of African American History and Culture ถือเป็น พิพิธภัณฑ์ “ดิจิทัล” แห่งแรกของสถาบันสมิธโซเนียน ซึ่งตัวเธอเองเป็นเพียงภัณฑารักษ์ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยในการนำชม ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี

Credit Photo : https://www.dezeen.com

3) ทำไมต้องทำให้เป็น พิพิธภัณฑ์ “ดิจิทัล” —> เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์ขององค์กร (สถาบันสมิธโซเนียน) ทำให้คนเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ผ่านช่องทางดิจิทัล 1,000 ล้านคนต่อปี

4) ภารกิจหลักของงาน พิพิธภัณฑ์ “ดิจิทัล” คือ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเทคโนโลยี พื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้เข้าชมให้มีความแปลกใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน และผลักดันให้เกิดความร่วมมือกัน (ทั้งนี้มี keyword ที่น่าสนใจ 3 คำ คือ Visitor Experience, Operational Effiency, Employee Engagement)

5) เงื่อนไขที่จะทำให้งานนี้สำเร็จ คือ
– การวางกลยุทธ์ของการใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับการดำเนินงาน
– ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงได้จากที่ไหนก็ได้
– ยกระดับการให้บริการและเพิ่มการสนับสนุน
– ทำให้สอดคล้องกับการพัฒนาคนในศตวรรษที่ 21

จากการฟัง ดร.โจแอนน์ ฮิปโปลิต บรรยาย ทำให้เราทราบว่าการทำงานเป็นภัณฑารักษ์ในพิพิธภัณฑ์บางมุมมองของการทำงานเข้าก็อ้างอิงเรื่องมาตรฐานหรือการเข้าถึงการเรียนรู้ตามหลักของห้องสมุดอยู่ดี (สังเกตว่าเขาพยายามอ้างอิง ALA หรือสมาคมห้องสมุดอเมริกาอยู่ตลอดการบรรยาย)

ตัวอย่างที่น่าสนใจของการนำเทคโนโลยีมาใช้ ใน National Museum of African American History and Culture เช่น


Session ของ คุณชวิน สระบัว

6) คุณชวินมาแนะนำผลงานของ Google ชิ้นหนึ่ง นั่นคือ Google Arts and Culture ซึ่งเป็น Platform ของ Google ในการนำเสนอผลงานศิลปะและวัฒนธรรมของโลก ซึ่งเปิดให้ Partner เข้ามาใช้งานได้ฟรี และเนื้อหาภายในส่วนนี้จะไม่มีการติดโฆษณาของ Google เลย (Non-Commercial Platform ของ Google)

7) ทำไมต้องเป็น Google Arts and Culture  – Google เชื่อว่า Technologies จะทำให้เราสามารถเข้าถึงผลงานศิลปะและวัฒนธรรมต่างๆ จากทั่วโลกได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา และสถานที่ (ปัจจุบันมี partner มากกว่า 1500 หน่วยงาน จาก 70 ประเทศ)

8) Google Arts and Culture = Google ให้ ระบบ Content Management กับบรรดา partner เพื่อ อัพโหลด บริหารจัดการ และเผยแพร่ข้อมูลผลงานศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งหากเราสนใจจะเข้าไปดูสามารถดูได้ผ่านทั้งในรูปแบบของ website และ application 

ระบบนี้มีความน่าสนใจอะไรบ้าง


ในส่วนของการถามตอบกับวิทยากรก็มีคำถามเด็ดๆ อีกมาก เช่น

เอาเป็นว่าสนุกสนานแถมได้รับความรู้เพียบ เจ้าของงานบอกว่ากำลังจะอัพโหลดวีดีโองานดังกล่าวใน Youtube หากเสร็จเมื่อไหร่ ผมจะเอามาใส่ในบล็อกนี้ต่อนะครับ

Exit mobile version